ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

WCDMA (Wideband Code-Division Multiple Access)


WCDMA (Wideband Code-Division Multiple Access)

วายแบนด์ซีดีเอ็มเอ – Wideband Code-Division Multiple Access เป็นเทคโนโลยีซีดีเอ็มเอที่มีมาตรฐานตามข้อกำหนดของไอทียู และเป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการในชื่อว่า IMT-2000 WCDMA เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารระบบไร้สายในยุคที่ 3 และมีประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลแบบไร้สายผ่านโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไร้สายความเร็วสูง โดยมีประสิทธิภาพการทำงานเหนือกว่าเทคโนโลยีทั่วไปที่ใช้ในตลาดในปัจจุบัน

วายแบนด์ซีดีเอ็มเอมีประสิทธิภาพในการสื่อสารรับส่งสัญญาณเสียงภาพข้อมูลและภาพวิดีโอด้วย ความเร็วสูงถึง 2 เมกกะบิตต่อวินาที แต่สำหรับการให้บริการในปัจจุบันความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 384 กิโลบิตต่อวินาที (แนวกว้าง wide area access) โดยสัญญาณขาเข้าจะถูกแปรเป็นสัญญาณดิจิตอลและส่งไปเป็นรหัสผ่านแถบคลื่นสัญญาณกระจายไปสู่คลื่นความถี่ต่างๆ

ผู้ให้บริการเทคโนโลยีนี้จะใช้แถบคลื่นสัญญาณที่ 5 MHz ซึ่งต่างจากผู้ให้บริการที่ให้บริการเทคโนโลยีซีดีเอ็มเอในย่านความถี่แคบที่ใช้ช่องสัญญาณที่ 1.25 MHz

NTT DoLoMo เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่เปิดให้บริการ WCDMA ในเชิงพาณิชย์ ในปี 2001 จนในปัจจุบันมีผู้ให้บริการถึง 65 รายทั่วโลก

พัฒนาการก้าวต่อไปของเทคโนโลยี WCDMA จะนำไปสู่ความสามารถในการส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงขึ้น ซึ่งเรียกว่า HSDPA (High Speed Downlink Packet Access) ซึ่งสามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงถึง 1.8 14.4 Mbps

การก้าวกระโดดของเทคโนโลยี GSM  WCDMA เป็นระบบ 3G ของฝั่งระบบ GSM การพัฒนาสู่ 3G ของระบบ GSM นั้นจะต้อง “เปลี่ยน” ระบบไปเป็น WCDMAและเพราะ WCDMA เป็นการพัฒนาเข้าสู่ 3G ของระบบ GSM นี่เอง ทำให้ผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหลาย  กำหนดให้ระบบ GSM สามารถ ทำงานร่วมกับระบบ WCDMA ได้ ในช่วงที่กำลังเกิด “รอยต่อ” หรือ ช่วง “พลัดเปลี่ยน” เทคฯ และเหตุนี้เองจึงทำได้เกิดมือถือแบบ Dual Mode (GSM/WCDMA) ขึ้นมาอย่างที่เราเห็นๆกันอยู่

เราจึงเรียก WCDMA ว่าเป็นระบบ 3G ของฝั่งระบบ GSM
ส่วนระบบ cdma2000 มันพัฒนามาจาก cdmaOne <หรือ cdma ธรรมดา (IS-95)>และการพัฒนาสู่ 3G ของเจ้า cdma นี้ “ไม่ต้อง” เปลี่ยนเทคฯ การพัฒนาจึงแค่ “อัพเกรด” ไปตามสเตปของมันดังนี้…cdma > cdma2000 1x > cdma2000 1xEV-DO ฯลฯ

ภาพ Road Map ของการพัฒนาจาก 2G สู่ 3G ของทั้ง 2 ฝั่งเทคโนโลยี



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิธีใช้ Google Form ส่งข้อความเข้า LINE Notify

วิธีใช้ Google Form ส่งข้อความเข้า LINE Notify           ขั้นตอนต่อไปนี้จะข้ามส่วนของรายละเอียดบางอย่างไป ซึ่งก่อนจะทำตรงนี้ควรจะรู้แล้วว่า LINE Notify ใช้ทำอะไร และ Access Token จะเอามาจากไหน แต่จะพยายามอธิบายให้ครอบคลุมที่สุดก็แล้วกัน Update: 2019/06/10 ในท้ายบทความได้เพิ่มคำอธิบายเรื่องการส่งข้อมูลหลายกล่องข้อมูล (คอลั่ม) พร้อมกับ code ที่วนลูปข้อมูลทุกกล่อง เพื่อความสะดวกในการส่งข้อมูลในรูปแบบเดิม สร้าง Google Form วิธีสร้างก็ง่ายแสนง่าย เข้าไปที่  https://docs.google.com/forms  จากนั้น คลิกตรงเครื่องหมาย + ตามภาพ จะได้ form หน้าตาแบบนี้มา แก้ไขตามสะดวกเลย ตัวอย่างเอาแบบนี้แล้วกัน จะลองส่งข้อความคลิกที่รูป “ตา” พิมพ์ข้อความอะไรก็ได้ แล้ว กด Submit โลด กลับไปหน้า Form ของเราใน tab แรก มันก็จะมี RESPONSES เข้ามา เมื่อคลิกดูก็จะพบข้อความที่เราเพิ่งพิมพ์ไปเมื่อตะกี้ ใส่ code ใน Script Editor คลิกที่ จุด 3 จุด ด้านขวาบน แล้วเลือก  <> Script Editor จะพบหน้าเปล่าๆ ที่ไม่คุ้นเคย ตรงนี้แหละที่เราจะมาใส่ code ใ...

การลง Window 10 ใน MacBook โดยใช้ Boot Camp

การลง Window 10 ใน MacBook โดยใช้ Boot Camp สร้างอิมเมจ ISO สำหรับ Boot Camp จากสื่อติดตั้ง Windows Boot Camp Assistant User Guide การติดตั้ง Windows 7 บน Mac ของคุณโดยใช้ Boot Camp ใช้ Windows 8.1 บน Mac ด้วย Boot Camp ติดตั้ง Windows บน Mac ของคุณโดยใช้ Boot Camp How to install Windows 10 on your Mac using Boot Camp How to install Windows on your Mac using Boot Camp How to Install Windows on a Mac With Boot Camp Install Windows on your Mac with Boot Camp Boot Camp Support Software 5.1.5621 Install Windows on your Mac with Boot Camp How to Dual Boot Mac OS X El Capitan with Windows 10

Pentaho

Pentaho คืออะไร ? Pentaho (Link) เป็น software แบบ Businese Intelligence (BI) ที่นำมาช่วยในการวิเคาะห์ข้อมูลหลายๆฐานข้อมูล ออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น กราฟ , ตาราง หรือใบรายงานผล เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจที่กำลังที่จะดำเนินงานหรือดำเนินงานไปแล้วสามารถมองเห็นถึงข้อมูลที่ต้องการทราบว่าไปในทิศทางไหน เพื่อให้ผู้ใช้งานหรือธุรกิจนั้นๆ สามารถวางแผนการทำการตลาดได้แม่นยำมากขึ้นและมีข้อมูลที่สามารถใช้เป็นข้ออ้างอิงได้ จากที่ได้ศึกษาผมขอแบ่งส่วนต่างๆ เป็น 3 ส่วน คือ 1.       1.  ส่วนของการทำ ETL (Extract, Transform and Load) เป็นส่วนของการเริ่มกระบวนการทั้งหมด คือการนำข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูลหรือไฟล์ข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น MySQL, Excel, Text File ฯลฯ มาปรับให้เป็นชุดข้อมูลในรูปแบบเดียวกัน 2.      2.   ส่วนของ Data Warehouse เป็นการนำข้อมูลที่ได้จากกระบวนการ ETL มาทำชุดข้อมูลในลักษณะของ Cube ข้อมูล 3.       3.  ส่วนของ Output ซึ่งจะออกมาได้ทั้งในรูปแบบ OLAP, Reporting หรืออื่นๆ เครื่องม...